Volnewmer

Volnewmer คืออะไร

 

    Volnewmer คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงาน Monopolar Radiofrequency (RF) ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวดูแน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

    เมื่อพลังงาน RF ถูกส่งลงสู่ผิว จะทำให้คอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม

Volnewmer จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับผิวและปรับคุณภาพผิวไปพร้อมกัน

 

 

 

Volnewmer ช่วยอะไรบ้าง

 

Volnewmer สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายด้าน เช่น

 

  • ผิวหย่อนคล้อย
  • กรอบหน้าไม่ชัด
  • แก้มตกหรือเหนียงใต้คาง
  • ริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า
  • ผิวขาดความยืดหยุ่น

 

 

หลังทำผิวจะดู แน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น และมีความกระชับมากขึ้น

นอกจากนี้ยังสามารถทำได้หลายบริเวณ เช่น  

 

  • ใบหน้า

  • กรอบหน้า

  • ลำคอ

  • เหนียงใต้คาง

 

 

Volnewmer เหมาะกับใคร

 

Volnewmer เหมาะกับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับผิวและฟื้นฟูคุณภาพผิวในครั้งเดียว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหา เช่น

 

  • ผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด

  • แก้มตก หรือมีเหนียงใต้คาง

  • ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น

  • มีริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า

  • ต้องการให้ผิวแน่น ฟู และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

เครื่อง Volnewmer สามารถช่วยยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและปรับคุณภาพผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด

 

 

Volnewmer เห็นผลเมื่อไร

 

หลังทำ Volnewmer จะเห็นผลได้ 2 ระยะ

 

หลังทำทันที
ผิวจะรู้สึกตึงและกระชับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว

 

ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น
ประมาณ 1–3 เดือน หลังทำ เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว

โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล

 

 

Volnewmer เจ็บไหม

 

โดยทั่วไป Volnewmer เป็นเครื่องยกกระชับที่เจ็บค่อนข้างน้อย เนื่องจากตัวเครื่องมีระบบช่วยลดความรู้สึกไม่สบายขณะทำ เช่น

 

  • ระบบ Hydro Cooling ช่วยหล่อเย็นผิวระหว่างยิงพลังงาน

  • ระบบ Vibration ช่วยลดความรู้สึกจี๊ดจากพลังงาน RF

 

สรุป

 

Volnewmer เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงาน RF ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูคุณภาพผิว และช่วยให้ผิวแน่นกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์ พร้อมยกกระชับผิวและปรับคุณภาพผิวไปพร้อมกัน


OUR PROGRAM

Program Onda Pro (Coolwaves)

Program Onda Pro (Coolwaves)


Onda Pro (Coolwaves) เทคโนโลยีลดไขมัน–กระชับผิวระดับการแพทย์ ไม่ต้องแปะยาชา วัดผลเป็น Kilojoules Onda Pro (Coolwaves®) คือเทคโนโลยีลดไขมันและกระชับผิวจากประเทศอิตาลี ที่ออกแบบมาเพื่อการรักษาทางการแพทย์ (Medical Treatment) โดดเด่นด้วยการควบคุมพลังงานเป็น Kilojoules (kJ) ซึ่งสะท้อนพลังงานความร้อนสะสมใต้ชั้นผิวจริง และสามารถเลือกความลึกการรักษาได้อย่างแม่นยำ เหมาะทั้งการรักษา ใบหน้าและลำตัว รวมถึงผู้ที่ต้องการ “กระชับผิวอย่างเดียว” โดยไม่ทำให้หน้าตอบ Onda Pro (Coolwaves) คืออะไร? Onda Pro ใช้พลังงาน Coolwaves® (Microwave Technology) ซึ่งสามารถลงลึกถึง ชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat) ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) จึงช่วยได้ทั้ง ลดไขมันเฉพาะจุด กระชับผิว ลดเซลลูไลท์ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ในเครื่องเดียว โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น จุดเด่นของ Onda Pro ที่แตกต่างจาก RF ทั่วไป 1. ไม่ต้องแปะยาชา ก็สามารถทำได้ Onda Pro ออกแบบพลังงานให้ลงลึกเฉพาะชั้นเป้าหมายพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิผิว (Cooling System) ไม่ต้องแปะยาชา ไม่เจ็บแสบแบบ RF ที่ต้องยิงซ้ำจำนวนมาก ทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ 2. วัดพลังงานเป็น Kilojoules (kJ) ได้โดสครบจริง Kilojoules (kJ) คือหน่วยวัด พลังงานความร้อนสะสมใต้ชั้นผิวซึ่งเป็นพลังงานที่เนื้อเยื่อ “ได้รับจริง” ไม่ใช่แค่จำนวนครั้งที่ยิง ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยพลังงาน แปรผันโดยตรงกับพลังงานสะสม (Accumulated Thermal Energy) Onda Pro จึงช่วยให้แพทย์ ควบคุมโดสพลังงานได้แม่นยำ มั่นใจว่าได้พลังงานครบตามแผน ลดความคลาดเคลื่อนจากการนับจำนวนช็อต 3. เลือกความลึกการรักษาได้ ตามหัวทรีตเมนต์ Onda Pro สามารถเลือก หัวการรักษา (Handpiece) เพื่อปรับความลึกของพลังงานให้เหมาะกับแต่ละปัญหา เน้นชั้นไขมัน → ลดไขมันเฉพาะจุด เน้นชั้นผิว → กระชับผิว สร้างคอลลาเจน ผสมผสานได้ในเคสเดียว ทำให้การรักษามีความแม่นยำ ปลอดภัย และเห็นผลสม่ำเสมอ 4. คนหน้าตอบ ก็สามารถทำ “กระชับผิวอย่างเดียว” ได้ Onda Pro ไม่จำเป็นต้องลดไขมันทุกเคส สำหรับผู้ที่ หน้าตอบ ไขมันน้อย ต้องการผิวเฟิร์ม กระชับ เรียบเนียน แพทย์สามารถเลือกหัวและตั้งค่าพลังงาน เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนโดย ไม่กระทบชั้นไขมันจึงไม่ทำให้หน้าดูผอมลงหรือยิ่งตอบ 5. 100 kJ เทียบเท่า RF ประมาณ 900–1,200 shots ในแง่ของพลังงานรวมที่เนื้อเยื่อได้รับ Onda Pro 100 kJ ≈ พลังงานจาก RF ประมาณ 900–1,200 shots แต่ Onda Pro ให้พลังงานสม่ำเสมอ ลงลึกกว่า ไม่ต้องยิงซ้ำจำนวนมาก ลดความเสี่ยงผิวชั้นตื้นไหม้ Onda Pro ทำได้ทั้ง “หน้า” และ “ลำตัว” ใบหน้า กระชับผิวหน้า ลดความหย่อนคล้อย กระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับคนหน้าตอบ ลำตัว ลดไขมันหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก ลดเซลลูไลท์ กระชับผิวหลังลดน้ำหนัก Onda Pro คือ “การรักษา” ไม่ใช่แค่ทรีตเมนต์ Onda Pro ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ใน Medical Settingการรักษาจึงต้องอาศัย ความเข้าใจโครงสร้างผิวและไขมัน การเลือกความลึกที่เหมาะสม การคำนวณพลังงานเป็น kJ เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ เทคนิคแพทย์มีผลต่อผลลัพธ์โดยตรง ทำไมต้องทำ Onda Pro ที่ Enchant Clinic ที่ Enchant Clinic แพทย์ผู้ดูแลการรักษาเป็น DEKA Academy Trainerและเป็น วิทยากรสอนแพทย์ท่านอื่น ในการใช้งานเทคโนโลยีจาก DEKA รวมถึง Onda Pro จุดเด่นของการรักษาที่ Enchant Clinic เข้าใจเครื่องในระดับลึก (Physics & Tissue Interaction) วางแผนพลังงานเป็น kJ อย่างแม่นยำ เลือกเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละเคส เน้นผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน สรุป: ทำไม Onda Pro (Coolwaves®) จึงแตกต่าง ไม่ต้องแปะยาชา วัดผลเป็น Kilojoules (kJ) เลือกความลึกการรักษาได้ ทำได้ทั้งหน้าและลำตัว เหมาะทั้งลดไขมันและกระชับผิวอย่างเดียว เป็นการรักษาที่ต้องอาศัยเทคนิคแพทย์ Onda Pro (Coolwaves®) ที่ Enchant Clinic คือการผสานระหว่างเทคโนโลยีระดับโลก และความเชี่ยวชาญของแพทย์อย่างแท้จริง

Ultraformer III

Ultraformer III


Ultraformer III คืออะไร Ultraformer III เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงาน High Intensity Focused Ultrasound (HIFU) หรือคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูตึงกระชับมากขึ้น โดยเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น หลักการทำงานของ Ultraformer III คือการส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ลงไปยังชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนด ทำให้เกิดจุดพลังงานความร้อนขนาดเล็กใต้ผิวหนัง ส่งผลให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูยกกระชับและเรียบเนียนขึ้น Ultraformer III สามารถส่งพลังงานลงลึกได้ถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างผิวที่ใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า พลังงานจะถูกส่งลงสู่ชั้นผิวอย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำให้เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน Ultraformer III มีหลักการทำงานอย่างไร Ultraformer III สามารถยิงพลังงานได้หลายระดับความลึก ตั้งแต่ผิวชั้นตื้นไปจนถึงชั้นลึก ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งผิวหย่อนคล้อยและคุณภาพผิว การทำงานแบบเป็นจุด (Micro-focused) ช่วยให้พลังงานถูกส่งไปยังตำแหน่งที่ต้องการอย่างแม่นยำ ลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง นอกจากนี้ยังสามารถออกแบบการรักษาได้เฉพาะบุคคล เช่น เน้นยกกรอบหน้า ลดเหนียง หรือกระชับผิวบริเวณแก้ม และลำคอ Ultraformer III ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง Ultraformer III สามารถช่วยดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยในหลายบริเวณ โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังและช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับมากขึ้น ตัวอย่างปัญหาที่สามารถดูแลได้ เช่น ผิวหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด แก้มหย่อน เหนียงใต้คาง ริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า ผิวบริเวณลำคอหย่อนคล้อย นอกจากนี้ Ultraformer III ยังสามารถใช้ดูแลผิวในบริเวณอื่นของร่างกาย เช่น ต้นแขน หน้าท้อง หรือหัวเข่า เพื่อช่วยให้ผิวดูตึงกระชับมากขึ้น Ultraformer III มีทั้งหมดกี่หัว ? หัวยิง 1.5 มิลลิเมตร ใช้สำหรับผิวชั้นตื้น ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ และปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน เหมาะสำหรับบริเวณรอบดวงตา หน้าผาก หรือผู้ที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอยเล็กน้อย หัวยิง 2.0 มิลลิเมตร ทำงานในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวและลดเลือนริ้วรอย หัวยิง 3.0 มิลลิเมตร ใช้กับผิวชั้นลึก ช่วยกระชับผิวและช่วยลดไขมันส่วนเกินบางบริเวณ เหมาะสำหรับการยกกระชับแก้ม กรอบหน้า และแนวกราม หัวยิง 4.5 มิลลิเมตร ทำงานในชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า พลังงานในระดับนี้ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยได้ชัดเจน เช่น บริเวณเหนียง ลำคอ และช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น ทำ Ultraformer III ใช้กี่ช็อต หรือกี่ไลน์จึงเห็นผล? จำนวนช็อต (Shots) หรือไลน์ (Lines) ที่ใช้ในการทำ Ultraformer III เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพของการยกกระชับ โดยไม่สามารถกำหนดเป็นตัวเลขตายตัวได้ เพราะขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล โดยทั่วไป การยกกระชับทั่วใบหน้า จะใช้ประมาณ 300–600 ไลน์ ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและบริเวณที่ต้องการเน้น เช่น กรอบหน้า แก้ม หรือเหนียง ในกรณีที่มีความหย่อนคล้อยมาก หรือเน้นผลลัพธ์ชัดเจน เช่น ยกกรอบหน้า ลดเหนียง อาจใช้จำนวนไลน์ที่มากขึ้น เพื่อให้พลังงานครอบคลุมชั้นผิวได้เพียงพอ Ultraformer III เจ็บไหม Ultraformer III ทำงานโดยการปล่อยพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ลงสู่ผิว หากจำนวนช็อตน้อยเกินไป พลังงานอาจไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ ทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน ในทางกลับกัน การใช้จำนวนช็อตที่เหมาะสม จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนได้เต็มประสิทธิภาพ และทำให้ผิวเกิดการยกกระชับอย่างสม่ำเสมอ ขณะทำ Ultraformer III บางคนอาจรู้สึกอุ่นหรือรู้สึกตึงใต้ผิวเล็กน้อย เนื่องจากพลังงานกำลังถูกส่งลงไปยังชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อ ความรู้สึกดังกล่าวมักเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างการยิงพลังงาน และโดยทั่วไปสามารถทนได้ระดับความรู้สึกระหว่างทำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและความไวของผิวในแต่ละคน ทำ Ultraformer III กี่ครั้งจึงเห็นผล หลังการทำ Ultraformer III บางรายอาจรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยทันทีจากการหดตัวของเนื้อเยื่อ แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมักจะค่อย ๆ เห็นได้ภายในประมาณ 1–3 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง โดยทั่วไปการรักษามักทำประมาณ ปีละ 1 ครั้ง หรือขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล Ultraformer III อันตรายไหม Ultraformer III ถือเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เมื่อทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากพลังงานถูกส่งลงไปยังชั้นผิวอย่างแม่นยำ จึงไม่ทำให้เกิดบาดแผลบนผิวหนัง หลังการรักษาบางรายอาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม การเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนการรักษาจะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Ultraformer III ข้อดี–ข้อจำกัด ที่ควรรู้ก่อนทำ ข้อดีของ Ultraformer III Ultraformer III เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการทำ พลังงานจะถูกส่งลงไปยังชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนดได้อย่างแม่นยำ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวดูยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถทำได้หลายบริเวณ เช่น ใบหน้า ลำคอ หรือบางส่วนของร่างกายที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย ข้อจำกัดของ Ultraformer III Ultraformer III เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หากมีความหย่อนคล้อยของผิวมาก หรือมีไขมันสะสมจำนวนมากในบางบริเวณ อาจจำเป็นต้องพิจารณาวิธีการรักษาอื่นร่วมด้วย นอกจากนี้ ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

Red Touch Pro (Redwave)

Red Touch Pro (Redwave)


RedTouch Laser ทางเลือกใหม่ของการฟื้นฟูผิว ที่ไม่ต้องพักหน้า ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเลเซอร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลผิว โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น RedTouch Pro เป็นหนึ่งในเลเซอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้ โดยเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวด้านนอก RedTouch Laser ทำงานอย่างไร RedTouch ใช้พลังงานแสงสีแดงความยาวคลื่น 675 นาโนเมตร ส่งลงไปยังผิวชั้นลึก เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนเดิมให้หดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เมื่อคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น แน่นขึ้น และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น ลดความหมองคล้ำ รวมถึงทำให้รอยแดงและรอยดำดูจางลง จุดเด่นของเทคโนโลยี RedTouch Pro Laser RedTouch มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไปในหลายด้าน ได้แก่ Direct Collagen Targetingเลเซอร์ความยาวคลื่น 675 nm ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองกับคอลลาเจนโดยตรง ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน Non-Ablative Technology ไม่ทำลายผิวชั้นบน ลดความเสี่ยงของการระคายเคืองหรือการเกิดแผล Contact Cooling System มีระบบทำความเย็นเพื่อปกป้องผิวชั้นบนและเพิ่มความสบายระหว่างการรักษา Micro-Spot Technology ปล่อยพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุดโดยไม่กระทบผิวโดยรอบ ประโยชน์ของ RedTouch Laser RedTouch ถือเป็นเลเซอร์ที่ดูแลผิวได้ค่อนข้างครอบคลุม ทั้งในเรื่องผิวเรียบและผิวใส โดยมีจุดเด่นหลัก ๆ ดังนี้ • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว• ทำให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง• ลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความกระชับ• ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น• ลดรอยสิว รอยแดง และรอยดำ• ไม่ทำให้เกิดแผลหรือสะเก็ดบนผิว• ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตต่อได้ทันที อีกหนึ่งข้อดีคือ โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องแปะยาชา เนื่องจากความรู้สึกขณะทำอยู่ในระดับที่สบาย ต้องทำบ่อยแค่ไหน RedTouch สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ เดือนละ 1 ครั้ง ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง โดยหลายคนจะเริ่มรู้สึกว่าผิวดูสดใสขึ้นตั้งแต่ช่วงแรก และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นในช่วง 3–4 ครั้ง เหมาะกับใคร RedTouch เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบไม่ต้องพักหน้า โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้ • ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยหรือผิวไม่กระชับ• ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ• ผู้ที่มีหลุมสิวหรือรอยแผลเป็น• ผู้ที่มีรอยสิว รอยดำ รอยแดง• ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ หรือผิวหมองคล้ำ• ผู้ที่ต้องการดูแลผิว แต่ไม่มีเวลาพักฟื้น ใครบ้างที่ควรระวัง แม้ RedTouch จะเป็นเลเซอร์ที่ค่อนข้างอ่อนโยน แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ ได้แก่ ผู้ที่มีอาการ ไมเกรนที่ไวต่อแสง ผู้ที่มีประวัติ ลมชักจากแสง ในกรณีเหล่านี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมก่อนทำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด การเตรียมตัวก่อนทำ RedTouch Pro Laser ปรึกษาแพทย์ก่อนการรักษา งดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวก่อนทำ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ดูแลผิวให้แข็งแรงก่อนการรักษา การดูแลหลังทำ RedTouch Laser แม้หลังทำจะไม่ต้องพักฟื้น แต่การดูแลผิวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดเป็นประจำ (SPF 30 ขึ้นไป) งดใช้สกินแคร์ที่มีฤทธิ์ระคายเคือง เช่น กรดผลัดผิว วิตามินเอ (Retinol) ในช่วง 2–3 วันแรก เน้นการบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการสครับผิวหรือทำทรีตเมนต์ที่รุนแรงในช่วงแรก ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้ดีขึ้น หากมีอาการผิดปกติ เช่น ระคายเคืองมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที The enchant ใช้ Red Touch Pro Laser รักษาร่วมกับหัตถการอะไรบ้าง RedTouch Pro Laser ทำร่วมกับ Onda Pro การทำ RedTouch Pro Laser ร่วมกับ Onda Pro เป็นการรักษาแบบผสมผสานที่ช่วยดูแลผิวได้ทั้งในเรื่องของคุณภาพผิวและความกระชับของใบหน้า โดยเทคโนโลยีทั้งสองชนิดจะทำงานในระดับชั้นผิวที่แตกต่างกันทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น RedTouch Pro Laser ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ลดเลือนริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับสภาพผิวที่หย่อนคล้อยให้ดูตึงกระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในขณะที่ Onda Pro เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นไมโครเวฟชนิด Coolwaves ช่วยลดไขมันใต้ผิว เช่น บริเวณแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า พร้อมช่วยให้ผิวเกิดการกระชับมากขึ้น เมื่อทำร่วมกันจึงช่วยให้ใบหน้าดู เรียวขึ้น ผิวดูแน่นขึ้น และโครงหน้าชัดขึ้น โดยเป็นการดูแลผิวที่ครอบคลุมทั้งการฟื้นฟูผิวและการปรับรูปหน้าในขั้นตอนเดียว RedTouch Pro Laser ทำร่วมกับ CoolPeel CO₂ Laser การทำ RedTouch Pro Laser ร่วมกับ CoolPeel CO₂ Laser เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียน กระจ่างใส และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้น โดยเทคโนโลยีทั้งสองชนิดจะช่วยดูแลผิวในคนละระดับชั้นของผิว RedTouch Pro Laser ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น และช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ในขณะที่ CoolPeel CO₂ Laser จะช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบน ลดปัญหารูขุมขนกว้าง และช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนมากขึ้น เมื่อทำร่วมกันจึงช่วยให้ผิวดู กระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น และมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นโดยรวม อีกทั้งยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวให้เห็นผลได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สรุป RedTouch 675 nm เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ฟื้นฟูผิวที่ทำงานกับ คอลลาเจนใต้ผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ด้วยคุณสมบัติที่ เจ็บน้อย ปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้น RedTouch จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูสดใสและสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ