Program Onda Pro (Coolwaves)

Onda Pro (Coolwaves)

 

เทคโนโลยีลดไขมัน–กระชับผิวระดับการแพทย์ ไม่ต้องแปะยาชา วัดผลเป็น Kilojoules

 

Onda Pro (Coolwaves®) คือเทคโนโลยีลดไขมันและกระชับผิวจากประเทศอิตาลี ที่ออกแบบมาเพื่อการรักษาทางการแพทย์ (Medical Treatment)

โดดเด่นด้วยการควบคุมพลังงานเป็น Kilojoules (kJ) ซึ่งสะท้อนพลังงานความร้อนสะสมใต้ชั้นผิวจริง และสามารถเลือกความลึกการรักษาได้อย่างแม่นยำ

เหมาะทั้งการรักษา ใบหน้าและลำตัว รวมถึงผู้ที่ต้องการ “กระชับผิวอย่างเดียว” โดยไม่ทำให้หน้าตอบ

 

Onda Pro (Coolwaves) คืออะไร?

 

 Onda Pro ใช้พลังงาน Coolwaves® (Microwave Technology) ซึ่งสามารถลงลึกถึง

 

  • ชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat)

  • ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis)

 

จึงช่วยได้ทั้ง

 

  • ลดไขมันเฉพาะจุด

  • กระชับผิว

  • ลดเซลลูไลท์

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

ในเครื่องเดียว โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น

 

 

จุดเด่นของ Onda Pro ที่แตกต่างจาก RF ทั่วไป

 

 

1. ไม่ต้องแปะยาชา ก็สามารถทำได้

   

 Onda Pro ออกแบบพลังงานให้ลงลึกเฉพาะชั้นเป้าหมาย
พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิผิว (Cooling System)

 

  • ไม่ต้องแปะยาชา

  • ไม่เจ็บแสบแบบ RF ที่ต้องยิงซ้ำจำนวนมาก

  • ทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

 

2. วัดพลังงานเป็น Kilojoules (kJ) ได้โดสครบจริง

   

 Kilojoules (kJ) คือหน่วยวัด พลังงานความร้อนสะสมใต้ชั้นผิว
ซึ่งเป็นพลังงานที่เนื้อเยื่อ “ได้รับจริง” ไม่ใช่แค่จำนวนครั้งที่ยิง

ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยพลังงาน แปรผันโดยตรงกับพลังงานสะสม (Accumulated Thermal Energy)

 

Onda Pro จึงช่วยให้แพทย์

 

  • ควบคุมโดสพลังงานได้แม่นยำ

  • มั่นใจว่าได้พลังงานครบตามแผน

  • ลดความคลาดเคลื่อนจากการนับจำนวนช็อต

 

 

3. เลือกความลึกการรักษาได้ ตามหัวทรีตเมนต์

 

   Onda Pro สามารถเลือก หัวการรักษา (Handpiece) เพื่อปรับความลึกของพลังงานให้เหมาะกับแต่ละปัญหา

 

  • เน้นชั้นไขมัน → ลดไขมันเฉพาะจุด

  • เน้นชั้นผิว → กระชับผิว สร้างคอลลาเจน

  • ผสมผสานได้ในเคสเดียว

ทำให้การรักษามีความแม่นยำ ปลอดภัย และเห็นผลสม่ำเสมอ

 

 

4. คนหน้าตอบ ก็สามารถทำ “กระชับผิวอย่างเดียว” ได้

   

 Onda Pro ไม่จำเป็นต้องลดไขมันทุกเคส

สำหรับผู้ที่

 

  • หน้าตอบ

  • ไขมันน้อย

  • ต้องการผิวเฟิร์ม กระชับ เรียบเนียน

แพทย์สามารถเลือกหัวและตั้งค่าพลังงาน เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนโดย ไม่กระทบชั้นไขมันจึงไม่ทำให้หน้าดูผอมลงหรือยิ่งตอบ

 

 

 

5. 100 kJ เทียบเท่า RF ประมาณ 900–1,200 shots

 

  ในแง่ของพลังงานรวมที่เนื้อเยื่อได้รับ

Onda Pro 100 kJ ≈ พลังงานจาก RF ประมาณ 900–1,200 shots

แต่ Onda Pro

 

  • ให้พลังงานสม่ำเสมอ

  • ลงลึกกว่า

  • ไม่ต้องยิงซ้ำจำนวนมาก

  • ลดความเสี่ยงผิวชั้นตื้นไหม้

 

 

Onda Pro ทำได้ทั้ง “หน้า” และ “ลำตัว”

 

ใบหน้า

 

  • กระชับผิวหน้า

  • ลดความหย่อนคล้อย

  • กระตุ้นคอลลาเจน

  • เหมาะกับคนหน้าตอบ

 

ลำตัว

 

  • ลดไขมันหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก

  • ลดเซลลูไลท์

  • กระชับผิวหลังลดน้ำหนัก

 

 

Onda Pro คือ “การรักษา” ไม่ใช่แค่ทรีตเมนต์

 

Onda Pro ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ใน Medical Setting
การรักษาจึงต้องอาศัย

 

  • ความเข้าใจโครงสร้างผิวและไขมัน

  • การเลือกความลึกที่เหมาะสม

  • การคำนวณพลังงานเป็น kJ

  • เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ เทคนิคแพทย์มีผลต่อผลลัพธ์โดยตรง

 

 

ทำไมต้องทำ Onda Pro ที่ Enchant Clinic

 

  ที่ Enchant Clinic แพทย์ผู้ดูแลการรักษาเป็น DEKA Academy Trainer
และเป็น วิทยากรสอนแพทย์ท่านอื่น ในการใช้งานเทคโนโลยีจาก DEKA รวมถึง Onda Pro

 

จุดเด่นของการรักษาที่ Enchant Clinic

 

  • เข้าใจเครื่องในระดับลึก (Physics & Tissue Interaction)

  • วางแผนพลังงานเป็น kJ อย่างแม่นยำ

  • เลือกเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละเคส

  • เน้นผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน

 

 

สรุป: ทำไม Onda Pro (Coolwaves®) จึงแตกต่าง

 

  • ไม่ต้องแปะยาชา

  • วัดผลเป็น Kilojoules (kJ)

  • เลือกความลึกการรักษาได้

  • ทำได้ทั้งหน้าและลำตัว

  • เหมาะทั้งลดไขมันและกระชับผิวอย่างเดียว

  • เป็นการรักษาที่ต้องอาศัยเทคนิคแพทย์

 

Onda Pro (Coolwaves®) ที่ Enchant Clinic คือการผสานระหว่างเทคโนโลยีระดับโลก และความเชี่ยวชาญของแพทย์อย่างแท้จริง


OUR PROGRAM

Ultra Linear

Ultra Linear


Ultra Linear by Ultracel Q+ คืออะไร Linear HIFU by Ultracel Q+ เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงความเข้มข้นสูง (High-Intensity Focused Ultrasound: HIFU) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังโดยไม่ต้องผ่าตัด หัตถการนี้ช่วยให้ผิวดูตึงกระชับ ลดเลือนริ้วรอย และช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น พลังงานคลื่นอัลตราซาวด์จะถูกส่งลงไปยังชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนด ทำให้เกิดพลังงานความร้อนใต้ผิวหนัง ซึ่งช่วยกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับขึ้น การทำงานของ Ultra Linear by Ultracel Q+ Linear HIFU by Ultracel Q+ ใช้หัวพลังงานที่ออกแบบให้ทำงานในระดับความลึกต่างกัน เพื่อแก้ปัญหาผิวในหลายชั้นของผิวหนัง โดยมีหัวพลังงานหลัก ได้แก่ หัว 2.0 mm ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นตื้น ทำให้ผิวดูแน่น กระชับ และช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ หัว 4.5 mm ช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้า เช่น เหนียงหรือแก้มยุ้ย และช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น หัว 6.0 mm ทำงานในชั้นผิวที่ลึกขึ้น ช่วยกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย ลดเหนียง และช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น Ultra Linear by Ultracel Q+ เหมาะกับใครบ้าง Linear HIFU Ultracel Q+ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือมีไขมันสะสมบริเวณใบหน้า ซึ่งต้องการฟื้นฟูความกระชับของผิวให้ดูอ่อนเยาว์มากขึ้น โดยทั่วไป Ultra Linear by Ultracel Q+ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้ ผู้ที่มี แก้มหย่อนคล้อย หรือกรอบหน้าไม่ชัด ผู้ที่มี เหนียงหรือคางสองชั้น ผู้ที่ต้องการ ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น ผู้ที่ต้องการ ยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ผู้ที่มี ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวเริ่มหย่อนคล้อย บริเวณที่สามารถทำ Ultra Linear By Ultracel Q+ ได้ ยกคิ้ว (Eyebrow Lift) ช่วยยกกระชับบริเวณคิ้ว ทำให้ดวงตาดูเปิดกว้างและใบหน้าดูสดใสมากขึ้น ริ้วรอยรอบดวงตา (Periorbital Wrinkle) ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา เช่น รอยตีนกา ทำให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียนขึ้น ลดริ้วรอยและร่องแก้ม (Wrinkle & Cheek) ช่วยกระชับผิวบริเวณแก้มและลดเลือนริ้วรอยหรือร่องแก้ม ทำให้ผิวดูเต่งตึงมากขึ้น ปรับรูปหน้าเรียว (V-Line Forming) ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น โดยการกระชับผิวและลดไขมันส่วนเกินบางบริเวณ ลดเหนียงและคางสองชั้น (Double Chin) ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณใต้คาง ทำให้ช่วงคางและลำคอดูกระชับมากขึ้น เก็บกรอบหน้า (Jawline) ช่วยให้แนวกรอบหน้าคมชัดขึ้น ทำให้รูปหน้าดูได้สัดส่วนและชัดเจนมากขึ้น Ultra Linear By Ultracel Q+ อยู่ได้นานแค่ไหน ผลลัพธ์ของการทำ Linear HIFU Ultracel Q+ มักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหลังทำ และจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นภายในประมาณ 4–6 สัปดาห์ เนื่องจากร่างกายมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง โดยทั่วไปผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว อายุ การดูแลผิวหลังทำ และการตอบสนองของร่างกายในแต่ละบุคคล แพทย์อาจแนะนำให้ทำซ้ำตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยคงผลลัพธ์ของผิวที่ยกกระชับไว้ได้อย่างต่อเนื่อง Ultra Linear By Ultracel Q+ เจ็บไหม การทำ Linear HIFU Ultracel Q+ โดยทั่วไปจะรู้สึกเพียงอุ่น ๆ หรือรู้สึกตึงเล็กน้อยใต้ผิวขณะยิงพลังงาน เนื่องจากคลื่นอัลตราซาวด์กำลังถูกส่งลงไปยังชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยยกกระชับผิว ระดับความรู้สึกระหว่างทำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ สภาพผิว และความไวของผิวในแต่ละคน อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีของ Ultracel Q+ ถูกออกแบบให้ปล่อยพลังงานได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ จึงช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างการรักษาได้ และในหลายกรณีสามารถทำได้โดย ไม่จำเป็นต้องแปะยาชา หลังการทำบางรายอาจมีอาการแดงเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงผิว ซึ่งมักจะหายได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทำ Ultra Linear By Ultracel Q+ กี่ช็อตหรือกี่ไลน์จึงเห็นผล จำนวนช็อตหรือจำนวนไลน์ที่ใช้ในการทำ Linear HIFU Ultracel Q+ จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อยของผิว รวมถึงบริเวณที่ต้องการรักษา แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและกำหนดจำนวนไลน์ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล โดยทั่วไปการทำ Linear HIFU บริเวณใบหน้า มักใช้ประมาณ 300–600 ไลน์ ต่อครั้ง เพื่อให้พลังงานครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการยกกระชับและปรับรูปหน้าได้อย่างเหมาะสม หลังการรักษา ผู้รับบริการบางรายอาจรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยทันที และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นภายในประมาณ 4–6 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนการรักษา เพื่อวางแผนจำนวนไลน์และบริเวณที่ทำให้สอดคล้องกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ข้อควรรู้ก่อนทำ Ultra Linear By Ultracel Q+ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนทำ ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่นก่อนการรักษา ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทั้งหมด ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังทำ

Ultraformer III

Ultraformer III


Ultraformer III คืออะไร Ultraformer III เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงาน High Intensity Focused Ultrasound (HIFU) หรือคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูตึงกระชับมากขึ้น โดยเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น หลักการทำงานของ Ultraformer III คือการส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ลงไปยังชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนด ทำให้เกิดจุดพลังงานความร้อนขนาดเล็กใต้ผิวหนัง ส่งผลให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูยกกระชับและเรียบเนียนขึ้น Ultraformer III สามารถส่งพลังงานลงลึกได้ถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างผิวที่ใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า พลังงานจะถูกส่งลงสู่ชั้นผิวอย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำให้เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน Ultraformer III มีหลักการทำงานอย่างไร Ultraformer III สามารถยิงพลังงานได้หลายระดับความลึก ตั้งแต่ผิวชั้นตื้นไปจนถึงชั้นลึก ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งผิวหย่อนคล้อยและคุณภาพผิว การทำงานแบบเป็นจุด (Micro-focused) ช่วยให้พลังงานถูกส่งไปยังตำแหน่งที่ต้องการอย่างแม่นยำ ลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง นอกจากนี้ยังสามารถออกแบบการรักษาได้เฉพาะบุคคล เช่น เน้นยกกรอบหน้า ลดเหนียง หรือกระชับผิวบริเวณแก้ม และลำคอ Ultraformer III ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง Ultraformer III สามารถช่วยดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยในหลายบริเวณ โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังและช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับมากขึ้น ตัวอย่างปัญหาที่สามารถดูแลได้ เช่น ผิวหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด แก้มหย่อน เหนียงใต้คาง ริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า ผิวบริเวณลำคอหย่อนคล้อย นอกจากนี้ Ultraformer III ยังสามารถใช้ดูแลผิวในบริเวณอื่นของร่างกาย เช่น ต้นแขน หน้าท้อง หรือหัวเข่า เพื่อช่วยให้ผิวดูตึงกระชับมากขึ้น Ultraformer III มีทั้งหมดกี่หัว ? หัวยิง 1.5 มิลลิเมตร ใช้สำหรับผิวชั้นตื้น ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ และปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน เหมาะสำหรับบริเวณรอบดวงตา หน้าผาก หรือผู้ที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอยเล็กน้อย หัวยิง 2.0 มิลลิเมตร ทำงานในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวและลดเลือนริ้วรอย หัวยิง 3.0 มิลลิเมตร ใช้กับผิวชั้นลึก ช่วยกระชับผิวและช่วยลดไขมันส่วนเกินบางบริเวณ เหมาะสำหรับการยกกระชับแก้ม กรอบหน้า และแนวกราม หัวยิง 4.5 มิลลิเมตร ทำงานในชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า พลังงานในระดับนี้ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยได้ชัดเจน เช่น บริเวณเหนียง ลำคอ และช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น ทำ Ultraformer III ใช้กี่ช็อต หรือกี่ไลน์จึงเห็นผล? จำนวนช็อต (Shots) หรือไลน์ (Lines) ที่ใช้ในการทำ Ultraformer III เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพของการยกกระชับ โดยไม่สามารถกำหนดเป็นตัวเลขตายตัวได้ เพราะขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล โดยทั่วไป การยกกระชับทั่วใบหน้า จะใช้ประมาณ 300–600 ไลน์ ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและบริเวณที่ต้องการเน้น เช่น กรอบหน้า แก้ม หรือเหนียง ในกรณีที่มีความหย่อนคล้อยมาก หรือเน้นผลลัพธ์ชัดเจน เช่น ยกกรอบหน้า ลดเหนียง อาจใช้จำนวนไลน์ที่มากขึ้น เพื่อให้พลังงานครอบคลุมชั้นผิวได้เพียงพอ Ultraformer III เจ็บไหม Ultraformer III ทำงานโดยการปล่อยพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ลงสู่ผิว หากจำนวนช็อตน้อยเกินไป พลังงานอาจไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ ทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน ในทางกลับกัน การใช้จำนวนช็อตที่เหมาะสม จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนได้เต็มประสิทธิภาพ และทำให้ผิวเกิดการยกกระชับอย่างสม่ำเสมอ ขณะทำ Ultraformer III บางคนอาจรู้สึกอุ่นหรือรู้สึกตึงใต้ผิวเล็กน้อย เนื่องจากพลังงานกำลังถูกส่งลงไปยังชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อ ความรู้สึกดังกล่าวมักเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างการยิงพลังงาน และโดยทั่วไปสามารถทนได้ระดับความรู้สึกระหว่างทำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและความไวของผิวในแต่ละคน ทำ Ultraformer III กี่ครั้งจึงเห็นผล หลังการทำ Ultraformer III บางรายอาจรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยทันทีจากการหดตัวของเนื้อเยื่อ แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมักจะค่อย ๆ เห็นได้ภายในประมาณ 1–3 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง โดยทั่วไปการรักษามักทำประมาณ ปีละ 1 ครั้ง หรือขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล Ultraformer III อันตรายไหม Ultraformer III ถือเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เมื่อทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากพลังงานถูกส่งลงไปยังชั้นผิวอย่างแม่นยำ จึงไม่ทำให้เกิดบาดแผลบนผิวหนัง หลังการรักษาบางรายอาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม การเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนการรักษาจะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Ultraformer III ข้อดี–ข้อจำกัด ที่ควรรู้ก่อนทำ ข้อดีของ Ultraformer III Ultraformer III เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการทำ พลังงานจะถูกส่งลงไปยังชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนดได้อย่างแม่นยำ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวดูยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถทำได้หลายบริเวณ เช่น ใบหน้า ลำคอ หรือบางส่วนของร่างกายที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย ข้อจำกัดของ Ultraformer III Ultraformer III เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หากมีความหย่อนคล้อยของผิวมาก หรือมีไขมันสะสมจำนวนมากในบางบริเวณ อาจจำเป็นต้องพิจารณาวิธีการรักษาอื่นร่วมด้วย นอกจากนี้ ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

Ulthera Prime

Ulthera Prime


โปรแกรม Ulthera Prime Ultherapy Prime คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ชนิด Microfocused Ultrasound (MFU) ที่ถูกพัฒนาต่อยอดจาก Ultherapy รุ่นก่อนหน้า โดยบริษัทผู้ผลิต Merz Aesthetics เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและความแม่นยำในการยกกระชับผิว เทคโนโลยีนี้ทำงานภายใต้แนวคิด See, Plan, Treat คือสามารถมองเห็นโครงสร้างผิวแบบ Real-time ระหว่างทำการรักษา ทำให้แพทย์สามารถวางแผนและส่งพลังงานไปยังชั้นผิวที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ Ultherapy Prime ยังมีการพัฒนาระบบให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น ทำให้การรักษาใช้เวลาน้อยลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า อีกทั้งยังมีการปรับปรุงระบบภาพและหน้าจอให้มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 35% ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวได้ชัดเจนมากขึ้นขณะทำหัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง Ultherapy Prime จึงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูความกระชับของผิวและปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัด หลักการทำงานของ Ultherapy Prime Ultherapy Prime ใ ช้พลังงาน Microfocused Ultrasound ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับลึก โดยเฉพาะชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เมื่อพลังงานถูกส่งลงสู่ชั้นผิว จะเกิดจุดพลังงานความร้อนขนาดเล็ก (Thermal Coagulation Points) ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้าง คอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ ยกกระชับขึ้นตามธรรมชาติ หลังทำ ผิวจะค่อย ๆ ฟื้นฟูและกระชับขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2–3 เดือน และผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานหลายเดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล จุดเด่นของ Ultherapy Prime ใช้เทคโนโลยี Ultrasound ที่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า มีระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-time ทำให้แพทย์สามารถยิงพลังงานได้แม่นยำและปลอดภัย ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวลึก ทำให้ผิวยกกระชับและแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งหรือดึงจนผิดรูปหน้า ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำ เห็นผลบางส่วนทันที และจะชัดเจนขึ้นในช่วง 2–3 เดือน ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานหลายเดือนถึงประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิว Ultherapy Prime เหมาะกับใคร ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวบริเวณใบหน้าและลำคอ Ultherapy Prime ไม่เหมาะกับใคร แม้ Ultherapy Prime จะเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัย แต่ในบางกรณีอาจไม่เหมาะกับการรักษา เช่น ผู้ที่มีแผลเปิดบริเวณผิวหนัง ผู้ที่มีการอักเสบของผิวหนังในบริเวณที่จะทำการรักษา ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด ดังนั้นก่อนทำการรักษาควร ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและความเหมาะสมของการรักษา การเตรียมตัวก่อนทำ Ultherapy Prime ปรึกษาแพทย์ก่อนทำการรักษา แพทย์จะประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทำความสะอาดผิวและเตรียมผิวก่อนทำ ก่อนเริ่มทำหัตถการ ผู้ช่วยแพทย์จะทำความสะอาดผิวและอาจทายาชาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำการรักษา ทำการรักษาด้วย Ultherapy Prime แพทย์จะใช้หัว Applicator ของเครื่องส่งพลังงาน Microfocused Ultrasound ลงสู่ชั้นผิว โดยเฉพาะชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ในระหว่างทำการรักษาเครื่องจะสามารถแสดงภาพโครงสร้างผิวแบบ Real-time ทำให้แพทย์สามารถส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำ ผู้เข้ารับบริการอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยขณะทำ ซึ่งความรู้สึกจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การดูแลตัวเองหลังทำ Ultherapy Prime หลังทำ Ultherapy Prime สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยอาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักจะหายได้เอง คำแนะนำหลังทำ เช่น หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า หรือออนเซน ทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไป บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น งดผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวประมาณ 1 สัปดาห์ หากมีอาการบวม สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์ ผลลัพธ์หลังทำ Ultherapy Prime หลังทำ Ultherapy Prime สามารถเห็นผลการยกกระชับได้บางส่วนทันทีประมาณ 20% และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2–3 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ ข้อดีของ Ultherapy Prime ยกกระชับผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว แทบไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลบางส่วนทันทีหลังทำ ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ไม่มีการฉีดสารเข้าสู่ร่างกาย ข้อจำกัดของ Ultherapy Prime อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก อาจมีอาการบวม แดง หรือรู้สึกตึงผิวหลังทำ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์และการประเมินการรักษาที่เหมาะสม ช่วงอายุที่เหมาะสมในการทำ Ultherapy Prime อายุ 25 – 35 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชะลอการเกิดความหย่อนคล้อยของผิว และกระตุ้นคอลลาเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ อายุ 35 – 50 ปี เป็นช่วงอายุที่นิยมทำมากที่สุด เนื่องจากเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยที่เห็นได้ชัด อายุ 50 ปีขึ้นไป สามารถช่วยยกกระชับผิวและฟื้นฟูคุณภาพผิวได้ แต่ในบางกรณีอาจต้องใช้การรักษาร่วมกับหัตถการอื่น Ultherapy Prime แตกต่างจาก Ultherapy SPT อย่างไร Ultherapy Prime เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีจาก Ultherapy SPT โดยมีการปรับปรุงระบบการทำงานหลายด้าน เช่น ระบบภาพ Real-time ที่คมชัดและรวดเร็วขึ้น ความเร็วในการรักษาที่เพิ่มขึ้นประมาณ 20% หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 35% การพัฒนาเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนและควบคุมการรักษาได้แม่นยำมากขึ้น Ultherapy Prime ต้องทำกี่ไลน์ จำนวนไลน์ของ Ultherapy Prime ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและบริเวณที่ต้องการยกกระชับ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินก่อนทำการรักษา โดยทั่วไปจำนวนไลน์ที่ใช้มีดังนี้ 300 – 400 ไลน์ สำหรับยกกระชับบางบริเวณ เช่น ใต้คาง หรือกรอบหน้า 500 – 700 ไลน์ สำหรับการยกกระชับทั่วใบหน้า 700 – 900 ไลน์ขึ้นไป สำหรับการยกกระชับใบหน้าและลำคอ การเลือกจำนวนไลน์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การรักษาเห็นผลชัดเจนและปลอดภัยมากขึ้น คำถามที่พบบ่อย (FAQ) Ultherapy Prime เห็นผลเมื่อไร สามารถเห็นผลการยกกระชับได้บางส่วนทันทีหลังทำ และจะเห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 2–3 เดือน Ultherapy Prime ต้องทำบ่อยไหม โดยทั่วไปสามารถทำปีละประมาณ 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล หลังทำ Ultherapy Prime แต่งหน้าได้ไหม สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ Ultherapy Prime ปลอดภัยไหม เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการใช้ในทางการแพทย์มายาวนาน และควรทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัย