Juvelook (จูวีลุค)
Juvelook คืออะไร Juvelook เป็นโปรแกรมที่เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิว โดยใช้อนุภาค PDLLA ขนาดเล็กผสมกับ HA เพื่อช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว เมื่อฉีดเข้าสู่ผิว HA จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นทันที ขณะที่ PDLLA จะกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูแน่นขึ้นในระยะยาว ผลลัพธ์ที่มักพบ เช่น ผิวดูฉ่ำและเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนดูกระชับขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ลดลง หลุมสิวตื้นขึ้น โดย Juvelook มักใช้กับบริเวณที่ต้องการปรับคุณภาพผิว เช่น ใบหน้า ใต้ตา หรือบริเวณที่มีหลุมสิว Juvelook Volume คืออะไร juvelook Volume (หรือในบางประเทศเรียกว่า Lenisna) เป็นเวอร์ชันที่พัฒนาขึ้นเพื่อเน้นการ เติมวอลลุ่มและยกกระชับโครงหน้า สารภายในยังคงประกอบด้วย PDLLA และ HA เช่นเดียวกัน แต่มีอนุภาคที่ใหญ่กว่าและมีความเข้มข้นสูงกว่า จึงสามารถกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวลึกและเพิ่มโครงสร้างผิวได้มากกว่า ผลลัพธ์ที่มักพบ ได้แก่ ผิวอิ่มฟูขึ้น ช่วยยกกระชับใบหน้า ร่องลึกดูตื้นขึ้น โครงหน้าดูชัดขึ้น จึงมักใช้ในบริเวณที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่ม เช่น แก้มตอบ ร่องแก้ม กรอบหน้า คาง Juvelook หรือ Juvelook Volume เหมาะกับใคร การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล เช่น เหมาะกับ Juvelook ผิวโทรม รูขุมขนกว้าง หลุมสิว ริ้วรอยเล็ก เหมาะกับ Juvelook Volume ใบหน้าตอบ ผิวหย่อนคล้อย ต้องการเพิ่มวอลลุ่มใบหน้า ร่องลึกบริเวณแก้ม การประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้สามารถเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนได้มากที่สุด Juvelook สามารถฉีดบริเวณไหนได้บ้าง Juvelook สามารถใช้ฟื้นฟูผิวได้หลายบริเวณ เช่น ใบหน้า ใต้ตา แก้ม บริเวณที่มีหลุมสิว ฉีด Juvelook ช่วยเรื่องอะไร ฉีดจุดไหนได้บ้าง ✔️ ฉีดทั่วหน้า กระตุ้นคอลลาเจนช่วยให้ผิวอิ่มฟู ผิวเด้งฉ่ำเงา ✔️ ฉีดเน้นหน้าแก้ม กระตุ้นคอลลาเจน รูขุมขนแน่นกระชับ ✔️ ฉีดหน้าผาก ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ใสเด้ง ✔️ ฉีดใต้ตา ช่วยให้ใต้ตาดูสว่างขึ้น ริ้วรอยจางลง ถุงใต้ตาดูตื้นขึ้น ✔️ ฉีดหลุมสิว กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูหลุมสิว ✔️ ฉีดตีนกา ร่องน้ำตา ให้ผิวเรียบ สม่ำเสมอ ✔️ ฉีดเฉพาะจุด เพื่อลดเลือนรอยแผลเป็น ลดผิวแตกลาย Juvelook กี่วันเห็นผล การฉีดจูวีลุค จะทยอยเห็นผลลัพธ์ แบ่งเป็น 3 ช่วง หลังทำทันที สำหรับปัญหาใต้ตาลึก มีถุงใต้ตา ผิวไม่มีวอลลุ่ม หลังฉีด Juvelook จะช่วยเติมเต็มผิว เพิ่มวอลลุ่มผิวได้ทันทีหลังฉีด หลังฉีด 2-4 สัปดาห์ อนุภาค HA จะสลาย PDLLA จะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เสริมความยืดหยุ่นให้ผิว ผิวอิ่มฟู เรียบเนียนสม่ำเสมอ เบลอริ้วรอย หลังฉีด 6 เดือน คอลลาเจนในผิวเพิ่มมากขึ้น หลุมสิวดูตื้นขึ้น รูขุมขนกระชับ ผิวใสฉ่ำเด้ง รอยแตกลายและรอยแผลเป็นดูจางลง Juvelook อยู่ได้นานไหม ฉีด Juvelook ผิวจะอิ่มฟู ดูเต็มขึ้นนาน 12 เดือน หากต้องการให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น ผลลัพธ์ชัดเจน ผิวเด้งฉ่ำเงาขั้นสุด ออร่าแนะนำฉีดกระตุ้นต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 18 เดือน ใต้ตาคล้ำ ฉีด Juvelook หรือฟิลเลอร์ใต้ตา? ทั้ง Juvelook และ ฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถใช้ฉีดบริเวณใต้ตาได้ การเลือกหัตถการควรขึ้นอยู่กับ สาเหตุของปัญหาใต้ตา ผลลัพธ์ที่ต้องการ และการประเมินของแพทย์ หากมีปัญหา ตาลึกโบ๋ ร่องน้ำตา รอยย่น หรือถุงใต้ตา การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มบริเวณใต้ตา ทำให้ร่องลึกดูตื้นขึ้น และช่วยให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น ในบางกรณี ใต้ตาคล้ำอาจเกิดจาก ผิวใต้ตาบางหรือเบ้าตาลึก ทำให้เกิดเงาตกกระทบและมองเห็นเส้นเลือดใต้ผิวชัดขึ้น การแก้ไขปัญหานี้ควรเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวและเพิ่มความหนาของผิวบริเวณใต้ตา ซึ่ง Juvelook เป็นหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวใต้ตาแข็งแรงและหนาขึ้น ลดการมองเห็นเส้นเลือดใต้ผิว และช่วยให้ใต้ตาดูสว่างขึ้น ดังนั้น หากมีปัญหา ใต้ตาคล้ำ ริ้วรอย ตีนกา ถุงใต้ตาชัด หรือตาลึกโบ๋ สามารถฉีด Juvelook ร่วมกับฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น โดยฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องลึก ส่วน Juvelook ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว ทั้งนี้ปริมาณหรือจำนวนครั้งของการรักษาควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ สรุป Juvelook เป็นหัตถการที่ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยเน้นการกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส และแข็งแรงขึ้นในระยะยาว ส่วน Juvelook Volume เหมาะสำหรับการเติมวอลลุ่มและยกกระชับโครงหน้า การเลือกใช้ควรขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าโดยควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด



